วิเคราะห์บอล ทีเด็ดบอล เซียนสเต๊ปบอลวันนี้ แม่นชัว 100 %

เซียนสเต๊ปบอลวันนี้ แม่นชัว 100 % วิเคราะห์บอล ทีเด็ดบอล

Tag: ลิเวอร์พลู

จอร์จินโย่ไวจ์นัลดุม
ข่าวกีฬา, ข่าวฟุตบอล, ,

บาร์เซโลน่าโพสต์มั่นใจ ” จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม “ย้ายซบแน่นอน

ท่ามกลางข่าวลือระหว่าง บาร์เซโลน่า กับ จอร์จินโย่ไวจ์นัลดุม ที่ยังมีออกมาเรื่อยฮริสโต้ สตอยช์คอฟ อดีตยอดซุปตาร์ดาวยิง “อาซูลกราน่า” ก็จุดประเด็นร้อนด้วยการโพสต์ราวกับว่า ไวจ์นัลดุม จะมาซบยอดทีมแห่งถิ่น คัมป์ นู แน่ๆ ซึ่งมันก็มีคนกด “ถูกใจ” กันมากมายพอสมควร

บาร์เซโลน่า จ่อคว้า จอร์จินโย่ไวจ์นัลดุม

ฮริสโต้ สตอยช์คอฟ ตำนานจอมเตะของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน โพสต์ใจความในเชิงที่ราวกับมั่นใจว่า “อาซูลกราน่า” จับตัวได้ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม มิดฟิลด์ หงส์แดง มาร่วมทัพแน่ๆ

ไวจ์นัลดุม มีข่าวกับ บาร์เซโลน่า อย่างมากในตอนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา หลังจากที่เขาเหลือสัญญากับ หงส์แดง ไม่ถึง 1 ปีเพียงแค่นั้น และก็จนกระทั่งช่วงนี้ก็ยังไม่มีท่าทางว่าจะมีการต่อสัญญากันเลย ระหว่างที่ โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์คนใหม่ของ บาร์เซโลน่า ก็ติดอกติดใจฝีเท้าของแข้งวัย 29 ปีตั้งแต่ในขณะที่ร่วมงานกันในทีมชาติฮอลแลนด์แล้ว

ด้วยทั้งนี้ สตอยช์คอฟ สร้างความประหลาดใจให้กับหลายฝ่าย เมื่อจู่ๆก็โพสต์ภาพในระหว่างที่ตนเองถ่ายร่วมกับ ไวจ์นัลดุม ในตอนที่อีกฝ่ายได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาล 2018-19 ลงบน อินสตาแกรม เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดนิยม พร้อมทั้งพิมพ์ใจความแนบมาว่า “เจ้าของเบอร์ 8 คนต่อไปของ บาร์ซ่า ที่รักของผม” ซึ่งมันก็มีคนกด “ถูกใจ” โพสต์นี้เกิน 14,000 ครั้งเข้าไปแล้ว…

Read More
อนาคตไกลอาร์โนลด์แข้งเด็ก
ข่าวฟุตบอล, ,

อนาคตไกลอาร์โนลด์แข้งเด็ก

อนาคตไกลอาร์โนลด์แข้งเด็ก

อนาคตไกลอาร์โนลด์แข้งเด็ก

อนาคตไกลอาร์โนลด์แข้งเด็ก

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ฟูลแบ็กดาวโรจน์ของ ลิเวอร์พูล กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดของ พรีเมียร์ลีก ที่ทำได้ 3 แอสซิสต์ในเกมเดียว จากการทำได้ในเกมที่ต้นสังกัดไล่ต้อน วัตฟอร์ด แต่เขาก็ยังไม่ใช่คนที่ทำแอสซิสต์ได้สูงที่สุดในลีกของ ลิเวอร์พูล ในซีซั่นนี้
เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาดาวรุ่งของ ลิเวอร์พูล สร้างสถิติเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ทำได้ถึง 3 แอสซิสต์ ภายในนัดเดียว ด้วยวัย 20 ปี กับอีก 143 วัน หลังจากทำอย่างนั้นได้ในนัดที่ต้นสังกัดเปิดรัง แอนฟิลด์ ไล่ถล่ม วัตฟอร์ด 5-0 เมื่อวันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

เกมนี้ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ผ่านบอลให้ ซาดิโอ มาเน่ ทำประตูขึ้นนำ 1-0 ให้กับทีมในนาทีที่ 9 ก่อนที่เจ้าตัวจะแอสซิสต์ให้ มาเน่ ทำลูกที่สองในนาทีที่ 20 ส่วนแอสซิสต์ครั้งที่ 3 ของเขาในเกมนี้เป็นจังหวะที่ผ่านบอลให้ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ทำประตู ในนาทีที่ 79

สำหรับเจ้าของสถิติเดิมได้แก่ เจอร์เมน เพนแนนท์ ที่เคยทำได้ตอนอยู่กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2003 ด้วยวัย 20 ปี กับอีก 227 วัน โดยตลอดทั้งฤดูกาลนี้ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ทำแอสซิสต์ในลีกไปแล้ว 6 ครั้งด้วย

อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ใช่คนที่ทำแอสซิสต์ให้ ลิเวอร์พูล ในลีกได้มากที่สุดประจำฤดูกาลนี้ โดยเจ้าของตำแหน่งนั้นคือ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายเลือดสกอตต์ที่ทำได้ 8 หน รองลงมาคือ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ทำได้ 7 ครั้ง i99bet

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th…

Read More
ศึกแดงเดือดแต่ไม่เดือด
ข่าวฟุตบอล, ,

่้ศึกแดงเดือดแต่ไม่เดือด จืดชืด ! เจาะ 5 ประเด็ดแมนยูเปิดบ้านเจ๊าลิเวอร์พูลไร้สกอร์

ศึกแดงเดือดแต่ไม่เดือด

ศึกแดงเดือดแต่ไม่เดือด

ศึกแดงเดือดแต่ไม่เดือด “แดงเดือด” ที่หลายคนคาดหวังเอาไว้กลายเป็น “แดงจืด” เมื่อ ลิเวอร์พูล บุกไปเสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบไร้สกอร์ ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่การได้ 1 คะแนนกลับบ้านก็ทำให้ “หงส์แดง” ทำแต้มแซง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นไปยืนเป็นจ่าฝูงแบบโดดๆ เรียบร้อยแล้ว
แมตช์นี้ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่แปลกจริงๆ เพราะใครจะไปคิดว่า “ปีศาจแดง” ต้องใช้โควตาเปลี่ยนตัวหมดเกลี้ยงตั้งแต่ครึ่งแรก ขณะที่ ลิเวอร์พูล ก็เจอปัญหาเดียวกันเมื่อ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ได้รับบาดเจ็บทำให้ทีมต้องจำใจเปลี่ยนตัวออก และเกมของ “หงส์แดง” ก็สะดุดไปทันทีเช่นกัน

หากมองจากเปอร์เซ็นต์การครองเกมแน่นอนว่า “เดอะ เร้ดส์” เหนือกว่าตามสภาพ แต่หากมองไปที่จังหวะการทำประตูงานนี้เจ้าบ้านเหนือกว่า โดยเฉพาะจังหวะหลุดกับดักล้ำหน้าของ เจสซี่ ลินการ์ด และจังหวะการโขกของ ปอล ป็อกบา ซึ่งทั้งสองจังหวะต้องขอบคุณ อลีสซง เบ็คเกอร์ ที่จัดการป้องกันได้หมด i99bet

ฉะนั้นสำหรับ ลิเวอร์พูล การได้ 1 คะแนนไม่ใช่เรื่องเลวร้ายมากนัก ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แม้ว่าผลเสมอจะทำให้พวกเขาโดน อาร์เซน่อล แซงขึ้นไปอยู่อันดับ 4 ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้เสียหายอะไรเช่นกัน

1. แมนฯ ยูไนเต็ด เจ็บระนาว
การที่ “ปีศาจแดง” ขาด เนมานย่า มาติช และ อองโตนี่ย์ มาร์ซิยาล แน่นอนว่าทำให้เกมของเจ้าบ้านค่อนข้างจะเป็นรอง ลิเวอร์พูล โดยเฉพาะในครึ่งแรก แต่ที่น่าเจ็บปวดยิ่งกว่านั้นก็คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเปลี่ยนตัวถึง 3 คนตั้งแต่ครึ่งแรก เพราะปัญหาบาดเจ็บยิ่งเป็นอะไรที่ย่ำแย่เป็นสองเท่า

“แดงเดือด” จืดชืด ! เจาะ 5 ประเด็ดแมนยูเปิดบ้านเจ๊าลิเวอร์พูลไร้สกอร์

หลังเกมผ่านไป 20 นาที แมนฯ ยูฯ ก็ต้องเสียศูนย์จากอาการบาดเจ็บของ อันเดร์ เอร์เรร่า ทำให้ต้องส่ง อันเดรียส เปเรยร่า ลงสนามจากนั้นไม่กี่นาทีสถานการณ์ก็ย่ำแย่เมื่อ ฆวน มาต้า โดนโรคเดี้ยงเล่นงานส่งผลให้ต้องฝืนส่ง เจสซี่ ลินการ์ด ลงสนาม และการส่งแข้งที่ยังฟิตไม่เต็มร้อยลงเล่นก็ส่งผลเสียเมื่อนักเตะได้รับบาดเจ็บ จนทีมต้องเปลี่ยนตัว อเล็กซิส ซานเชซ ลงเล่นในช่วงท้ายเกม

สำหรับโปรแกรมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องบอกว่าน่าเป็นห่วงเมื่อพวกเขามีคิวต้องไปเยือน อาร์เซน่อล กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในอีกไม่กี่สัปดาห์ ฉะนั้นหากนักเตะตัวหลักที่โดนโรคเดี้ยงเล่นงานหายเจ็บไม่ทัน งานนี้ โซลชา คงต้องปรับกลยุทธ์กันยกใหญ่

2. ซาลาห์ หายสาปสูญที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
ไร้สกอร์, เสมอ, พลาด 3 คะแนน และ โม ซาลาห์ ซึ่งนำดาวซัลโวประจำทีมและในลีก ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในช่วง 10 นาทีสุดท้าย และนั่นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของ คล็อปป์ เพราะ ดาวเตะทีมชาติอียิปต์ ไม่สามารถสร้างปัญหาในกับเกมรับของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เลย

“แดงเดือด” จืดชืด ! เจาะ 5 ประเด็ดแมนยูเปิดบ้านเจ๊าลิเวอร์พูลไร้สกอร์

ดาวเตะแดนมัมมี่ พยายามที่จะสร้างความปั่นป่วนให้กับเจ้าบ้าน แต่ดูเหมือนว่าเขาต้องเจอกับงานที่สุดหินเมื่อโดน ลุค ชอว์ จัดการจนอยู่หมัด และไม่สามารถที่จะหาพื้นที่เพื่อที่จะเจาะเข้าไปทำประตูได้เลย หากมองจากโอกาสในครึ่งแรก นอกจากจังหวะยิงฟรีคิกที่ไม่มีลุ้นอะไรเลย ที่เหลือ ซาลาห์ แทบไม่มีประโยชน์กับเกม

นี่เป็น “แดงเดือด” อีกหนึ่งเกมที่ อดีตสตาร์ โรม่า และ เชลซี ต้องพบกับความยากลำบากในการเค้นฟอร์มเก่งออกมา ซึ่งต่างจากตอนที่ ลิเวอร์พูล มี หลุยส์ ซัวเรซ หรือ เฟร์นานโด ตอร์เรซ เพราะทั้งสองคนนิยมชมชอบยิงประตู แมนฯ ยูไนเต็ด เหลือเกิน

อย่างไรก็ตาม แม้ ซาลาห์ จะเค้นฟอร์มเก่งออกมาไม่ได้ แต่อย่างน้อยๆ การได้ 1 คะแนนก็ทำให้ ลิเวอร์พูล แซงหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำจ่าฝูงได้สำเร็จ

3. เกมบุกเล่นไม่ออกทั้งสองทีม
ลิเวอร์พูล และ แมนฯ ยูไนเต็ด มีผู้เล่นเกมรุกพรสวรรค์สูงอยู่เต็มทีม แต่พวกเขาไม่สามารถระเบิดฟอร์มถล่มประตูได้เหมือนกับหลายๆ เกมที่ผ่านมา

“แดงเดือด” จืดชืด ! เจาะ 5 ประเด็ดแมนยูเปิดบ้านเจ๊าลิเวอร์พูลไร้สกอร์

ในส่วนของ ยูไนเต็ด นั้น มาร์คัส แรชฟอร์ด ต้องเจอกับความยากลำบากในการหาจังหวะเข้าทำ แถมยังเจออาการบาดเจ็บเล่นงานจนต้องฝืนเล่นตลอดทั้งเกม ขณะที่ ปอล ป็อกบา ก็ไม่ฉายแสงในเกมนี้ ที่สำคัญยังพลาดโอกาสทองจากจังหวะโหม่งเหน่งๆแต่บอลไปตรงตัว อลีสซง ในช่วงต้นครึ่งหลัง

ขณะที่ฝั่ง ลิเวอร์พูล ยิ่งหนักกว่านอกจาก โม ซาลาห์ ที่เหมือนโดนลักพาตัวไปตลอดทั้งเกมจนโดนเปลี่ยนตัวออกช่วง 10 นาทีสุดท้ายแล้ว ซาดิโอ มาเน่ ก็แทบไม่มีบทบาทอะไรกับทีม ขณะที่ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ สามารถขู่เกมรับของ “ปีศาจแดง” ได้ แต่สุดท้ายเจอโรคเดี้ยงเล่นงานทำให้ต้องโดนเปลี่ยนตัวออก แถมคนที่ลงมาแทนอย่าง แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับทีม

4. ผลเสมอไม่ได้เลวร้าย
แม้ว่า ลิเวอร์พูล บุกมาเยือนโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยความมุ่งมั่นที่จะคว้า 3 คะแนนกลับบ้านให้ได้ เพื่อโอกาสในการสร้างแรงกดดันใส่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ แต่ “หงส์แดง” คงไม่ได้รู้สึกผิดหวังมากนักที่คว้า 1 คะแนนออกจาก “โรงละครแห่งความฝัน”

“แดงเดือด” จืดชืด ! เจาะ 5 ประเด็ดแมนยูเปิดบ้านเจ๊าลิเวอร์พูลไร้สกอร์

หากมองจากรูปเกมแน่นอนว่า ลิเวอร์พูล ครองเกมเหนือกว่าเจ้าบ้าน แต่หากมองจากโอกาสในการทำประตูขอบอกเลยว่า แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายหลายครั้ง โดยเฉพาะจากจังหวะหลุดเดี่ยวของ ลินการ์ด แต่เดชะบุญที่ อลีสซง ป้องกันได้อย่างหวุดหวิด หรือจังหวะการโขกเหน่งๆ ของ ป็อกบา แต่ โกล์บราซิเลียน ยังยืนถูกที่ถูกเวลา

ขณะเดียวกันทางฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ผลเสมอในแมตช์นี้ทำให้พวกเขาโดน อาร์เซน่อล ที่ชนะ “นักบุญ” เซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 แซงขึ้นไปยึดอันดับ 4 เรียบร้อยแล้ว กระนั้นหากมองจากภาพรวมการแบ่งแต้มกันไปไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับทั้งสองทีม

5. โซลชา สมควรโดนวิจารณ์ไหม ?
ช่วงที่ผ่านมาผู้คนมากมายต่างกล่าวยกย่องสรรเสริญ โซลชา ในการเข้ามาปลุกชีพ “ปีศาจแดง” ให้ฟื้นขึ้นจากหลุม หลังจากที่พวกเขาทำผลงานย่ำแย่จนแทบหมดลุ้นอันดับท็อปโฟร์ ภายใต้การกุมบังเหียนของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่โดนอัปเปหิช่วงกลางเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา

“แดงเดือด” จืดชืด ! เจาะ 5 ประเด็ดแมนยูเปิดบ้านเจ๊าลิเวอร์พูลไร้สกอร์

อย่างไรก็ตาม “น้าลูกอม” ตัดสินใจผิดพลาดมหันต์ในเกม “แดงเดือด” ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และน่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมนี้ โดยจังหวะนั้นก็คือการที่ มาต้า มีปัญหาบาดเจ็บ และเขาเลือกส่ง ลินการ์ด ลงสนามทั้งๆ ที่หลายคนคิดไปในทางเดียวกันว่า แข้งชาวอังกฤษ มีสภาพความฟิตมากกว่า ซานเชซ เหรอ ?

ในช่วงท้ายครึ่งแรกกลายเป็นว่า ซานเชซ ต้องถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทน ลินการ์ด อยู่ดี แม้ว่า โซลชา จะไม่ควรโดนตำหนิจากปัญหาบาดเจ็บของลูกทีม แต่เขาไม่ควรเสี่ยงส่ง ลินการ์ด ลงสนามทั้งๆ ที่รู้ว่าหากทำแบบนั้นทีมจะเหลือโควตาเปลี่ยนตัวเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th…

Read More